การศึกษา : กระบวนการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน
การศึกษา คือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์จากพฤติกรรมอาศัยสัญชาตญาณ
ให้เป็นพฤติกรรมของมนุษย์ที่อาศัยเหตุผลและสติปัญญา
เพราะโดยธรรมชาติมนุษย์จะทำอะไรตามความปรารถนาของตนตามสัญชาตญาณ
จึงต้องควบคุมด้วยสติปัญญา เพื่อให้สังคมยอบรับได้คืออยู่ในสังคมกันอย่างสันติสุข
ตามแนวพุทธ การศึกษาคือกระบวนการฝึกกาย
วาจา และจิต ของแต่ละคนให้รู้จักแยกระหว่างความดี และความชั่ว ทั้งระดับการตอบสนองทางร่างกาย และทางจิตใจ การฝึกกาย วาจา และจิตใจ จะต้องได้รับการฝึกจนเขาสามารถทำสิ่งที่ถูกต้องในทีท่าที่ถูกต้อง และในเวลาที่ถูก เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาคนให้พ้นจากความไม่รู้ สามารถสร้างให้คนรู้จักการคิดเป็นทำเป็น สามารถช่วยตนเองและไม่เป็นภาระแก่สังคมได้ การศึกษาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่งในการพัฒนาคุณภาพของมนุษย์
ปัจจุบัน ตามหลักการศึกษาในพระพุทธศาสนา
คือการฝึกหัดพัฒนามนุษย์ให้ดำเนินไปในวิถีชีวิตที่ถูกต้องดีงามโดยเป็นการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้ง ๔ ด้าน ได้แก่
๑. การพัฒนากาย คือการพัฒนาทางด้านร่างกาย ให้สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรค รวมถึงการพัฒนาความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางกายอย่างดี มีความสมบูรณ์ของชีวิตในด้านกาย เรียกว่า กายภาวนา
๒. พัฒนาศีล คือมีการพัฒนาการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยดี เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน และมีความสัมพันธ์ทงสังคมในลักษณะสร้างสรรค์ และก่อให้เกิดสันติสุข บางครั้งก็เรียกว่า พัฒนาสังคมหรือเรียกว่า ศีลภาวนา
๓. พัฒนาจิต คือการฝึกฝนอบรมสร้างเสริมจิตใจให้พร้อมบริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติทั้ง ๓ ด้าน ได้แก่
๓.๑ คุณภาพจิต คือการฝึกอบรมจิตใจให้เข้มแข็ง ให้มีจิตใจที่ดีงามถึงพร้อมด้วยคุณธรรมต่าง
ๆ เช่น ความเสียสละ ความมีเมตตา ความซื่อสัตย์สุจริต
และความอดทน
๓.๒ สมรรถภาพจิต คือพัฒนาความสามารถจิตใจ ยกระดับจิตใจให้มีสมรรถนะสูงขึ้น
๓.๓ สุขภาพจิต คือมีสุขภาพจิตดี สมบูรณ์ มั่นคง ตามหลักพระพุทธศาสนาเป็นคำสอนถึงกระบวนการ การพัฒนาจิตทั้งหมดเรียกว่า จิตภาวนา
๔. พัฒนาปัญญา คือการฝึกฝนอบรมตนให้มีปัญญามีความรู้ความเข้าใจ ในศิลปะวิทยาการต่าง ๆ เกิดเป็นทักษะ ความรู้ความสามารถ มีปัญญาในการรับรู้ได้อย่างถูกต้อง คิดเป็น วินิจฉัยปัญหาเป็น มีปัญญาเข้าใจโลกและชีวิตตามความเป็นจริง เข้าถึงความจริงแท้ได้ เรียกว่า ปัญญาภาวนา
พระธรรมโกศาจารย์(ประยูร ธมฺมจิตฺโต) ได้กล่าวว่า
การศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ จะต้องมีองค์ประกอบ ๔
ประการที่เรียกว่า จตุสดมภ์ของการศึกษา มีดังต่อไปนี้
๑. การศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพ หมายถึงการเรียนเพื่อเตรียมเครื่องมือสำหรับการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิตหรือการเตรียมจิตใจของผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะศึกษาต่อไป
และตามหลักพุทธศาสนาคือขั้นแรกผู้เรียนต้องมีฉันทะที่จะเรียนฝึกอบรบให้มีสติและสมาธิเพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความจำดีตลอดรู้จักคิดวิเคราะห์แยกแยะข้อมูลทั้งหลายเพื่อแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
๒. การศึกษาเพื่อพัฒนาสมรรถภาพ หมายถึงการเรียนเพื่อนำความรู้มาปฏิบัติให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์และสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้
เพื่อให้ทีมงานแข็งแกร่งซึ่งคนรุ่นใหม่ต้องมีมนุษยสัมพันธ์และมีคุณธรรมจริยธรรมในการทำงานร่วมกัน
เพื่อวางรากฐานให้กับระบบธรร-มาภิบาล
ก็คือการบริหารจัดการที่ดีเน้นความโปร่งใส ไม่มุ่งเน้นแต่โกงกินบ้านเมือง
๓. การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นคนดีใช้ความรู้ความสามารถทำคุณประโยชน์แก่ผู้อื่นคือสอนให้อยู่อย่างมีความสุขด้วยการทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม
๔. การศึกษาเพื่อพัฒนามนุษยภาพ หมายถึงการศึกษาต้องพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เต็มตามศักยภาพทั้งทางกาย
ทางสังคม ทางอารมณ์และทางปัญญา สามารถแก้ปัญหาชีวิตได้
ดังนั้น การที่โลกจะมีสันติภาพ มวลมนุษย์ทั้งโลกจะมีชีวิตอยู่ร่วมกันโดยสันติสุขอย่างแท้จริงและยั่งยืนนั้น ไม่อาจจะใช้พลังอำนาจกำลังอาวุธ เข้าควบคุมบังคับได้
แม้มาตรการยับยั้งและควบคุมทางการเมืองการปกครองด้วยอำนาจรัฐ มาตรการทางสังคมหรือปฏิญญาต่าง ๆ ที่จัดสร้างขึ้นก็ย่อมไม่เพียงพอ
และไม่อาจใช้สร้างสันติสุขและแก้ปัญหาอันซับซ้อนอของสังคมโลกให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพได้ มีเพียงใจคนที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับให้มีศีลธรรมอยู่ในจิตใจแล้วเท่านั้น ที่จะแก้ปัญหาทั้งหลายดังกล่าวได้อย่างยั่งยืนและถาวร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น